สาว ๆ ทั้งหลายเคยเป็นกันไหมคะ ว่าที่เราตื่นนอนขึ้นมามันมักจะมีอาการท้องป่อง เหมือนกับอาหารไม่ย่อย และทำให้เรารู้สึกอึดอัดไปหมด สุดท้ายแล้วอาการเหล่านั้นก็จะตามมาด้วยโรคอ้วน ซึ่งไม่มีใครอยากจะเป็นเลยในชีวิต และต้อบอกเลยว่าอาการเหล่านั้นล้วนมาจากพฤติกรรมการนอนของเราทั้งนั้น วันนี้เราจึงมี 4 เคล็ดลับการนอนหลับ ที่ทำแล้วห่างไกลจากโรคอ้วนแน่นอน! มาฝากสาว ๆ ทั้งหลายกัน ส่วนจะต้องนอนอย่างไร จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการนอนที่มีประสิทธิภาพนั้น ตามไปดูพร้อมกันได้เลยค่ะ

สาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้สาว ๆ ทั้งหลายรู้สึกอึดอัด และไม่สบายตัวหลังจากตื่นนอนตอนเช้า เป็นเพราะระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรในช่วงเวลากลางคืน การนอนหลับอย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลระบบย่อยอาหารทำงานได้เต็มที่ ทำให้ไม่เกิดโรคอ้วนและยังส่งผลให้รู้สึกดีในช่วงเวลาตอนเช้าด้วย เราจึงอยากชวนสาว ๆ ลองหันมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนหลับ เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น  

โดยหลักสำคัญของการปฏิบัติตัวก็คือการไม่ต้องทำอะไรเลย ด้วยการที่เราไปเปิดสวิตช์ “ระบบประสาทพาราซิมพาเทติก” ที่มีหน้าที่ควบคุมการทำงานของลำไส้ จะทำให้ย่อยอาหารได้ดีขึ้นในระหว่างที่เรากำลังนอนหลับอยู่ แต่สิ่งที่ต้องทำคือ ทำให้นอนหลับได้อย่างมีความสุข ซึ่งมีเทคนิคนอนหลับช่วยระบบย่อยอาหารที่ต้องปฏิบัติตามทั้งหมด 4 ข้อ ดังนี้

4 เคล็ดลับการนอนหลับ ที่ทำแล้วห่างไกลจากโรคอ้วนแน่นอน

4 เคล็ดลับการนอนหลับ ที่ทำแล้วห่างไกลจากโรคอ้วนแน่นอน!
  • ลองแช่น้ำร้อนที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียล

เคล็ดลับแรกเราอยาอกจะให้สาว ๆ แช่น้ำร้อนที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียลดูคะ ซึ่งว่ากันว่าการแช่น้ำร้อนก็ช่วยในการ “นอนหลับ” ได้ คือก่อนนอนเราควรแช่น้ำร้อนอุณหภูมิพอเหมาะคือประมาณ 40 องศาเซลเซียล โดยใช้เวลาแช่ประมาณ 15 นาที เมื่อเลือดไหลเวียนดีแล้ว สาว ๆ จะผ่อนคลาย ร่างกายเข้าสู่โหมดพักผ่อน ทำให้หลับสนิท ระหว่างที่หลับลำไส้จะทำงานเต็มที่ แต่ถ้าน้ำร้อนจัด ๆ อย่างออนเซ็นหรืออาบน้ำฝักบัว จะยิ่งไปกระตุ้นการทำงานของระบบประสาทซิมพาเทติก จึงไม่ควรทำในช่วงเวลากลางคืน ถ้าสาว ๆ คนไหนไม่มีอ่างอาบน้ำที่บ้าน ก็ควรอาบน้ำจากฝักบัวแทนแต่อุณหภูมิต้อง 40 องศาเซลเซียลเท่านั้นนะคะ โดยอาจใช้เวลานานขึ้นจากการอาบน้ำปกติสักนิด แต่รับรองว่าทำแล้วหลับสบายหายห่วง ไร้ปัญหาตื่นขึ้นมาแล้วอึดอัดแน่นอน

4 เคล็ดลับการนอนหลับ ที่ทำแล้วห่างไกลจากโรคอ้วนแน่นอน!
  • ลองกำหนดลมหายใจเข้าออก 4 : 8

เคล็ดลับข้อต่อมาเป็นการกำหนดลมหายใจเข้าออก 4 : 8 ซึ่งต้องทำโดยการพักผ่อนด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออก 4 : 8 ด้วยการสูดหายใจเข้าทางจมูก นับ 1-4 ในใจ แล้วหายใจออกทางปาก นับในใจเพิ่มอีก 1 เท่า เป็น 1-8 หลักการของวิธีนี้คือ ควรปล่อยลมหายใจออกอย่างช้า ๆ และยาว ๆ ทำวิธีนี้ซ้ำ 10 ครั้ง เพื่อให้การทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติกมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ทำให้เราได้พักผ่อนทั้งกายและใจอย่างเต็มที่ ส่งผลให้กล้ามเนื้อทางเดินอาหารหดและยืดตัวได้ดีขึ้นด้วย ฉะนั้น ลองเอาไปปรับใช้กันได้เลย รับรองว่าทำแล้วได้ผลดีแน่นอน

ให้ลองอยู่เฉย ๆ ก่อนนอน 30 นาที
  • ให้ลองอยู่เฉย ๆ ก่อนนอน 30 นาที

ต่อมาให้สาว ๆ ทั้งหลายลองอยู่เฉย ๆ ก่อนนอน 30 นาทีดู โดยก่อนเข้านอนไม่ควรดูโทรทัศน์ เล่นคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน เพราะแสงจากเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เหล่านี้จะเข้าตา ทำให้ระบบประสาทซิมพาเทติกทำงานขึ้นมากะทันหัน แล้วถ้าเกิดนอนหลับไปเฉย ๆ ในสภาพนี้ จะส่งผลต่อระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร ลำไส้ทำงานได้เฉื่อยลง สาว ๆ ควรดมกลิ่นหอม ๆ จากการจุดเทียนอะโรมา ฟังเพลงเบา ๆ ให้จิตใจผ่อนคลายมากกว่าการท่องโซเชียลก่อนนอน ไม่เชื่อลองนำไปปฏิบัติได้เลยค่ะ รับรองว่าเห็นผลทันทีแน่นอน

จำไว้เสมอว่า เวลาทองของลำไส้คือการนอนหลับ
4 เคล็ดลับการนอนหลับ ที่ทำแล้วห่างไกลจากโรคอ้วนแน่นอน!
  • จำไว้เสมอว่า เวลาทองของลำไส้คือการนอนหลับ

เคล็ดลับข้อสุดท้าย ที่สาว ๆ ต้องให้ความสำคัญมาก ๆ ก็คือการนอนหลับ สาว  ต้องจำไว้เสมอว่าเวลาทองของลำไส้คือการ “นอนหลับ” นั่นเอง โดยช่วงเวลาทองของลำไส้คือ 24:00 น. หรือเวลาเที่ยงคืน คือเวลาที่ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำงานสูงที่สุด เป็นช่วงเวลาที่ลำไส้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้น สาว ๆ จึงควรนอนหลับให้สนิทในช่วงเวลา 24:00 น. เพื่อให้ลำไส้ทำงานได้อย่างเต็มที่ คนที่ชอบทำโน้นทำนี่อยู่จนดึกดื่น แล้วนอนดึก ๆ อาจต้องปรับพฤติกรรมมาตื่นนอนตอนเช้า เพื่อที่จะได้เข้านอนเร็วในวันรุ่งขึ้นแทน เรื่องนี้ถือว่าสำคัญมาก ๆ นะคะ หากสาว ๆ พยายามนอนหลับให้สนิทก่อนเที่ยงคืนได้ สาว ๆ จะตื่นขึ้นมาพร้อมกันเช้าที่สดใสได้อย่างแน่นอน

และนี่คือ 4 เคล็ดลับการนอนหลับ ที่ทำแล้วห่างไกลจากโรคอ้วนแน่นอน! ที่เรานำมาฝากสาว ๆ ทุกคนในวันนี้ แต่ความจริงแล้วทุกคนสามารถนำหลักการนี้ไปปฏิบัติได้อย่างครอบคลุม ไม่เฉพาะว่ากลุ่มคนหรือกลุ่มสาว ๆ ที่ต้องการลดน้ำหนักเท่านั้น ยังไงอย่าลืมนำเคล็ดลับทั้ง 4 ไปปรับใช้เพื่อสุขภาพี่ดีขึ้นกันด้วยนะคะ คราวนี้มาต่อกันเรื่อง เจ้าเหมียว 5 สายพันธุ์ ที่คนรักแมวเลี้ยงได้ไม่ต้องกลัวแพ้ขน!

บทความแนะนำ : สล็อตออนไลน์ เกมลงทุนรวยจริง