6 ผักสวนครัว ที่สามารถปลูกเองได้ง่าย ๆ ตอนนี้ยุคโควิด การออกไปซื้อของข้างนอก หรือว่าการออกไปทานข้าวข้างนอก เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากขึ้น ทั้งนี้ก็ยังเสี่ยงอีกดวย การปลูกผักเอง ทำให้เพื่อน ๆ มีวัตถุดิบในการประกอบอาหารมากขึ้น

6 ผักสวนครัว ที่สามารถปลูกเองได้ง่าย ๆ

1.ผักบุ้งจีน

ผักบุ้งจีน

เป็นผักที่เพาะปลูกง่าย อัตราการงอกสูงค่ะ และสามารถเก็บกินได้เรื่อยๆเพียงแค่คอยดูแลบำรุง รดน้ำใส่ปุ๋ยคอก ส่วนขั้นตอนการปลูกก็ง่ายมากค่ะ ก่อนอื่นให้เตรียมดินร่วนซุยผสมปุ๋ยคอกผสมลงไปด้วย แล้วก็หว่านลงไปตามร่องแปลง เพาะทิ้งไว้จากนั้นก็หมั่นรดน้ำอาจจะ 2 ครั้งต่อวัน เพราะช่วงนี้อากาศค่อนข้างร้อน

วิธีการปลูกผักบุ้งจีน มีแบบ 2 คือ

การปลูกผักบุ้งจีน แบบหว่าน การปลูกแบบหว่านจะเป็นการหว่านเมล็ดผักบุ้งจีนลงไปแปลงดินตรงๆ กลบด้วยดินบางๆ แล้วรดน้ำได้เลย แต่มีข้อเสียคือ ผักบุ้งจีนเป็นผักที่มีความต้องการน้ำมาก เวลารดน้ำจะทำให้ต้นผักบุ้งจีนแย่งน้ำกัน ทำให้การเจริญเติบโตไม่เท่ากัน

การปลูกผักบุ้งจีน  แบบหยอด การปลูกแบบหยอดจะเป็นการปลูกแบบแนวเส้นตรง แล้วจึงนำเมล็ดพันธุ์ไปหยอดตามแนวเส้นตรง เพื่อไม่ได้เมล็ดชิดกันมากเกินไป เสร็จแล้วกลบดินแล้วรดน้ำได้เลย พอเมล็ดเจริญเติบโตก็จะเรียงแนวเป็นระเบียบ

2.ผักคะน้า

ผักคะน้า 6 ผักสวนครัว ที่สามารถปลูกเองได้ง่าย ๆ

นี่ก็เป็นผักอีกชนิดหนึ่งที่ปลูกง่ายและเก็บกินได้เรื่อยๆ เพราะเรายิ่งเก็บมันจะยิ่งแตกแขนงให้เก็บกินได้เรื่อยๆ ขั้นตอนก็ไม่ได้แตกต่างและยุ่งยาก ซึ่งก็คล้ายๆกับผักบุ้ง แต่มีข้อแตกต่างนิดหน่อยตรงที่เราอาจจะเพาะกล้าไว้ต่างหาก เพราะต้องรอให้ใบแท้ขึ้นสัก 3-4 ใบก่อน จากนั้นเราจึงแยกมาปลูกลงในแปลง ใครมีพื้นที่น้อยก็อาจจะแยกปลูกในกระถางก็ได้ค่ะ จากนั้นอาจจะคลุมหน้าดินด้วยฟางเพื่อป้องกันการชะหน้าดินของน้ำ ส่วนการดูแลก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร หมั่นรดน้ำและให้ปุ๋ยคอก รับรองว่าเราจะมีผักคะน้าให้เก็บกินได้เรื่อยๆค่ะ

คะน้า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Brassica Oleracea Var alboglabra อยู่ในวงศ์กะหล่ำ (Cruciferac) หรือผักตระกูลกะหล่ำ มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย สายพันธุ์ที่นิยมปลูกในไทยเป็นคะน้าจีน มีทั้งคะน้าใบและคะน้ายอดหรือคะน้าก้าน โดยเฉพาะคะน้าฮ่องกงที่ถูกใจคนชอบกินก้านที่สุด โดยไทยสั่งเมล็ดเข้ามาปลูกและปรับปรุงพันธุ์ มี 3 พันธุ์ด้วยกัน ได้แก่

  • พันธุ์ใบกลม : มีลักษณะใบกว้างใหญ่ ปล้องสั้น ปลายใบมนและผิวใบเป็นคลื่นเล็กน้อย ทนทานต่อดินฟ้าอากาศได้ดี ได้แก่ พันธุ์ฝางเบอร์ 1 ฝางเบอร์ 2 เป็นต้น
     
  • พันธุ์ใบแหลม : เป็นพันธุ์ที่มีลักษณะใบแคบกว่าพันธุ์ใบกลม ปลายใบแหลม ข้อห่าง ผิวใบเรียบ ได้แก่ พันธุ์ P.L.20 เป็นต้น
     
  • พันธุ์ยอดหรือก้าน : มีลักษณะใบเหมือนกับคะน้าใบแหลม แต่จำนวนใบต่อต้นมีน้อยกว่า ปล้องยาวกว่า ได้แก่ พันธุ์แม่โจ้ 1 เป็นต้น

3.ถั่วพุ่ม

เป็นอีกหนึ่งชนิดผักที่ผู้เขียนปลูกไว้กินเอง เพราะไม่ต้องทำค้างเพื่อให้เป็นที่เลื้อยของผักให้ยุ่งยากและอาจจะกินพื้นที่เหมือนถั่วฝักยาว วิธีการปลูกก็ง่ายๆค่ะ แค่พรวนดินไว้แล้วหยอดเมล็ดถั่วพุ่มลงหลุม จากนั้นเราอาจจะคลุมหน้าดินไว้หรือถ้าไม่สะดวกหาอะไรมาคลุมก็ปล่อยทิ้งไว้เฉยๆก็ได้ค่ะ ใช้เวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์ก็จะออกดอกติดลูกให้เราเก็บกินได้แล้ว

4.กะเพรา

เป็นพืชและผักสมุนไพรที่ขาดไม่ได้เลยหากใครคิดอยากลองปลูกผัก เพราะเป็นผักที่ผู้เขียนคิดว่าปลูกและดูแลง่ายมากที่สุดค่ะ อีกอย่างกะเพราไม่ได้มีประโยชน์แค่เป็นผักที่เราให้เก็บกินได้อย่างเดียว แต่ยังทำหน้าที่ป้องกันแมลงที่จะมารบกวนผักชนิดๆอื่นๆให้กับเราอีกด้วย การดูแลก็ง่ายนิดเดียวค่ะ อาจจะหาเมล็ดมาปลูกหรือซื้อต้นกล้าจากตลาดมา จากนั้นหมั่นรดน้ำ พรวนดินให้ปุ๋ย แค่นี้ก็มีกะเพราไว้คอยทำเมนูกะเพราจานเด็ดให้เราไปอีกนานค่ะ

5.ข่า

จากประสบการณ์ของผู้เขียน ข่า นับเป็นผักสมุนไพรที่แทบไม่ต้องการการดูแลบำรุงใดๆเลย สามารถปลูกได้ในดินทุกชนิดอย่างที่บ้านผู้เขียนเป็นดินเหนียวเสียส่วนใหญ่ขุดหลุมลึกประมาณ 30 เซนติเมตรแล้วฝังกอข่าลงไป เติมปุ๋ยคอกแล้วรดน้ำ แค่นี้เองค่ะ กอข่าจะค่อยๆแตกหน่อเล็กและขยายกอให้เราได้ขุดกินได้ตลอด

6.สาระแหน่

เป็นผักที่นำมาเป็นผักเคียงกับเมนูได้หลากหลายหรือจะเอามาเป็นส่วนประกอบในการทำเครื่องดื่มเช่น ชงชา หรือน้ำปั่น ก็ได้ ใช่ค่ะด้วยคุณสมบัติที่หลากหลายของสาระแหน่แบบนี้ยิ่งไม่ควรพลาดที่จะปลูกไว้ในบ้านนะคะ วิธีการปลูกง่ายมากค่ะ แต่ต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อย เราสามารถเอาก้านหรือกิ่งที่เราซื้อจากตลาดมาชำลงในกระถางหรือลงแปลงก็ได้ค่ะ จากนั้นก็คอยรดน้ำ ให้ปุ๋ย พอสาระแหน่แตกขยายก็ต้องคอยหมั่นเด็ดนะคะ ยิ่งหมั่นเด็ดมันจะยิ่งแตกกอ อันนี้เคล็ดไม่ลับที่ขอบอกต่อนะคะ