9 โรคประหลาด ที่ไม่น่ามีในโลก บทความเกี่ยวกับสุขภาพวันนี้ จะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับโรคประหลาด ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีในโลกของเรา โดยโรคต่าง ๆ ที่จะนำเสนอต่อไปนี้ ล้วนเป็นโรคที่ยังรักษาไม่หาย แม้แต่แพทย์ยังไม่สามารถทราบได้ ว่าโรคเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ที่แปลกไปกว่านั้น คือโรคเหล่านี้ล้วนทำให้ผู้ป่วยต้องทุกข์ทรมานแสนสาหัสทั้งนั้น ส่วนโรคประหลาด 9 โรคจะมีอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันได้เลย

9 โรคประหลาด ที่ไม่น่ามีในโลก

1. โรคค็อดทาร์ด หรือโรคศพเดิน

โรคนี้เป็นหนึ่งในโรคทางจิต ที่ตั้งชื่อตามนายแพทย์จูลส์ ค็อดทาร์ด แพทย์ด้านสมองชาวฝรั่งเศส ที่พบว่าผู้ป่วยคนหนึ่งของเขาเป็นโรคนี้ นายแพทย์ค็อดทาร์ดกล่าวถึงผู้ป่วยที่เขารักษาว่า “เธอไม่เชื่อว่าเธอมีอวัยวะ จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องกินอาหาร” ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยโรคนี้ มักจะคิดสว่าตัวเองสูญเสีอวัยวะบางอย่างในร่างกายไป ซึ่งมีผลมาจากอาการทางจิตโดยตรง

2. โรคแวมไพร์ซินโดรม

โรคแวมไพร์ซินโดรม เป็นโรคแปลกที่พบ่อยมาก ๆ ในฝรั่งยุโรปและอเมริกา แต่โรคนี้ไม่ใช่การออกไปล่าเหยื่อ หรือดูดเลือดใครเหมือนในหนังแวมไพร์นะคะ ส่วนใหญ่แล้วอาการของคนที่เป็นโรคนี้ จะกลัวแสงสว่างเป็นที่สุด ผู้ป่วยโรคนี้ก็เช่นกัน คือกลัวแสงสว่าง เพราะเมื่อถูกแสงแดด แล้วจะเจ็บปวดอย่างมหาศาล ผิวแห้งแตกเป็นขุย มีรอยไหม้อย่างไม่ทราบสาเหตุ

3. โรคจัมพิ่ง เฟรนช์แมน ออฟ เมน

เป็นโรคที่นายแพทย์จอร์จ มิลเลอร์ เบียร์ด อธิบายไว้เป็นคนแรก เมื่อค.ศ.1878 โดยผู้ป่วยที่เขาพบนั้นเป็นชายชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส ลักษณะอาการของผู้ป่วย จะเกิดอาการเมื่อถูกกระตุ้น เช่น ถ้าตะโกนดัง ๆ ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งผู้ป่วยก็จะทำตามนั้น เช่น มีผู้ตะโกนว่า “ตบหน้าเมีย” ก็จะกระโดดเข้าไปตบหน้าภรรยาของตนเองทันที หรือถ้าได้ยินประโยคแปลก ๆ ประโยคที่เป็นภาษาต่างประเทศ ก็จะพูดประโยคนั้น ๆ ซ้ำไปซ้ำมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ ซึ่งในภาษาไทย เราจะเรียกกอาการนี้บ้าจี้ เป็นอาการที่มาแบบไม่ทราบสาเหตุ และยังไม่สามารถรักษาให้หายได้

4. โรคเส้นบลาชโค (Blaschko”s lines)

โรคนี้ก็เป็นโรคแปลกที่พบบ่อยมาก ๆ และถือเป็นปัญหาสุขภาพ ที่สร้างความลำบากใจให้กับผู้ป่วยอย่างมาก โดยอาการหลัก ๆ จะมาแบบมีลายยริ้ว ๆ ไปทั้งตัว นายแพทย์อัลเฟรด บลาชโค แพทย์ด้านผิวหนัง ชาวเยอรมัน กล่าวถึงอาการของผู้เป็นโรค เมื่อค.ศ.1901 ว่าบริเวณกระดูกสันหลังจะเป็นเส้นรูปตัว V บริเวณหน้าอก ท้อง และข้างลำตัวจะเป็นเส้นรูปตัว S ซึ่งรู้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร

9 โรคประหลาด ที่ไม่น่ามีในโลก
โรคพิคา

5. โรคพิคา

โรคพิคา คามจริงแล้วมันคือโรคโรคที่กินวัตถุ ที่ไม่สามารถบริโภคได้ อาการของคนกลุ่มที่เป็นโรคนี้ ส่วนใหญ่แล้วจะมีความอยากกินวัตถุ ที่ไม่ใช่อาหารมาก เช่น ดิน กระดาษ กาว โคลน ซึ่งไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร และไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดได้เลย

6. โรคอลิซในแดนมหัศจรรย์

ชื่อของโรคอาจจะฟังดูตลก แต่เอาเข้าจริงมันถือเป็นโรคที่ส่งผลเสียกับสุขภาพไม่น้อยเลย โรคอลิซในแดนมหัศจรรย์ มีอีกชื่อว่า ไมครอพเซีย ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของสมอง ที่แปรสัญญาณไปยังสายตาผู้ป่วย ให้มองทุกอย่างเล็กจากความเป็นจริง ทั้งที่ค่าของสายตาไม่ได้มีความผิดปกติแต่อย่างใด ส่วนอาการหลัก ๆ ก็อย่างเช่น เห็นน้องแมวที่เลี้ยงไว้ในบ้าน ตัวเล็กเท่ากันหนู เห็นรถยนต์ที่ใช้ขับ คันเล็กเท่ากันของเล่น อย่างนี้เป็นต้น

7. โรคบลูสกิน

โรคบลูสกิน มีชื่อเรียกอีกอย่าง ว่าโรคผิวหนังสีน้ำเงิน โดยทั่วไปผู้เป็นโรคจะมีร่างกายเป็นสีน้ำเงิน ซึ่งไม่สามารถทราบได้ว่าเป็นได้อย่างไร ทั้งที่พันธุกรรม ก็ไม่เคยมีประวัติพบเจอมาก่อน โดยโรคนี้ถูกพบครั้งแรกช่วงปี ค.ศ.1820 ในรัฐเคนตั๊กกี้

9 โรคประหลาด ที่ไม่น่ามีในโลก
โรคบลูสกิน

8. โรคเวอร์วูล์ฟซินโดรม

ส่วนใหญ่แล้วอาการของผู้ป่วยโรคโรคเวอร์วูล์ฟซินโดรม จะมีขนยาวรุงรังตามหน้าตา แขนขา และทุกส่วนของร่างกาย ซึ่งปัจจุบันคาดว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยด้วยโรคนี้  50 คนจากทั่วโลก ความจริงโรคนี้ไม่ได้ส่งผลกับร่างกายมากนัก         แต่ส่งผลกับจิตใจของผู้ป่วยมากกว่า เพราะส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยโรคนี้ จะถูกล้อเลียนอย่างเจ็บปวดจากกลุ่มคนรอบข้าง        ซึ่งส่งผลโดยตรงกับสุขภาพจิต

9. โรคมือเท้าช้าง

โรคมือเท้าช้าง หรือ เอเลแฟนต์เทียซิส เป็นโรคที่พบเห็นกันค่อนข้างบ่อย เมื่อเทียบกับ 8 โรคที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะในประเทศเขตร้อนที่มียุงเยอะ ยิ่งพบการระบาดของโรคหนักกว่าที่อื่น เนื่องจากยุงเป็นพาหะของโรค โดยจะแพร่หนอนปรสิตวูชีเรเรียแบนครอฟตี หนอนปรสิตบรูเจียมาลายี และหนอนปรสิตบี.ทิโมลี เข้ามายังคน ทำให้ไข่ของหนอนปรสิตเข้ามาในกระแสเลือด และแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย มันอาจใช้เวลาฟักตัวนานหลายปี

กว่าจะแสดงอาการผิดปกติให้เห็น แต่บางเว็บไซต์ก็บอกว่า โรคมือเท้าช้างเป็นโรคที่เกิดจากหนอนพยาธิตัวกลมฟิลาเรีย มีลักษณะคล้ายเส้นด้าย อาศัยอยู่ในระบบน้ำเหลืองของคน อาการที่เห็นได้ชัดคือ ขา แขน หรืออวัยวะเพศบวมโตผิดปกติ เนื่องจากภาวะอุดตันของท่อน้ำเหลือง ถือเป็นโรคที่อันตรายมาก ๆ และอาจจะทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว

อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่ : หน้าแรก